ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

เมื่อกล่าวถึงความสำเร็จและล้มเหลวในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ พวกเรานักเศรษฐศาสตร์จะอาศัยดัชนีชี้วัดที่เรียกว่า ผลผลิตมวลรวมในประเทศต่อหัว (Gross Domestic Product per capita: GDP per capita) ถึงแม้ว่าจะมีผู้รู้บางท่านออกมาโต้แย้งถึงความเหมาะสมและข้อจำกัดของ GDP percapita แต่เมื่อเราได้ยินคำว่า "ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ" (economic growth) พวกเราจะเข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึง "การเพิ่มสูงขึ้นของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงต่อหัว"
 
นอกจากนั้นนักเศรษฐศาสตร์ยังใช้ GDP per capita หรือ รายได้ประชาชาติต่อหัว (national imcome per capita) เป็นดัชนีในการวัดมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากรในแต่ละประเทศอีกด้วย มีการประมาณการว่าปัจจุบันรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรบนโลกเท่ากับ $8,000 (ประมาณ 260,000 บาท) ต่อปี นักเศรษฐศาสตร์ชือ Angus Maddison ได้ทำการศึกษาพบว่าเมื่อสองพันปีก่อนรายได้เฉลี่ยของประชากรบนโลกเท่ากับ $515 (ประมาณ 16,737 บาท ต่อปี หรือน้อยกว่า 50 บาทต่อวัน) และยังพบว่าการกระจายรายได้ระหว่างประชากร ณ ขณะนั้นมีความเท่าเทียมกันอย่างมาก จึงหมายความว่าทุกๆคนบนโลกประสบกับความยากจนข้นแค้นอย่างเสมอภาคกัน
 
อย่างไรก็ตามความยากจนอย่างถ้วนหน้านี้ค่อยๆหายไปเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 รายได้ต่อหัวของประชากรในยุโรปมากกว่ารายได้ต่อหัวของประชากรในอาฟริกาถึง 3 เท่า ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรบนโลกเท่ากับ $755 (ประมาณ 24,500 บาท) ต่อปี ซึ่งยังน้อยอยู่มากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน จากตัวเลขนี้จะเห็นว่ารายได้เฉลี่ยของคนบนโลกเพิ่มขึ้น 50% ต้องใช้เวลานานถึง 1800 ปี! ซึงเมื่อคิดเป็นอัตราการเจริญเติบโต (growth rate) แล้วน้อยกว่า 0.02% ต่อปีเสียอีก
 
ต่อมาอีก 200 ปีจนถึงปัจจุบันความไม่เท่าเทียมกันในการกระจายรายได้ยิ่งกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันรายได้ต่อหัวของสหรัฐอเมริกาเท่ากับ  $38,000 (ประมาณ 1,235,000 บาท) ต่อปี หรือมากกว่า 30 เท่าของเมื่อ 200 ปีที่แล้ว ในขณะที่รายได้ต่อหัวของประชากรในเอธิโอเปียยังคงเท่าๆกับเมื่อ 200 ปีที่แล้วคือประมาณ $700 ต่อปี เมื่อพิจารณาภาพรวมในระดับโลกพบว่า กลุ่มประเทศยากจน เช่น ประเทศในอาฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และอเมริกากลาง ซึ่งมีประชากรรวมกัน 2,300 ล้านคน มีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยเพียงแค่ $2100 ต่อปี ในขณะที่กลุ่มประเทศร่ำรวยในยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น มี่รายได้ต่อหัวต่อปีมากถึง $30,000อะไรเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้เกิดความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ?
 
ศาสตราจารย์ โรเบิร์ท โซโรว์ (Robert Solow) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี คศ 1987 ได้ริเริ่มสร้างแบบจำลองเพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นซึ่งถูกตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี คศ 1956 แบบจำลองนั้นมีชื่อเรียกว่า แบบจำลองความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโซโรว์ (Solow Growth Model) ในแบบจำลองดังกล่าวได้เสนอสาเหตุความแตกต่างระหว่างรายได้ของประชากรในประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจนไว้ดังนี้
 
ประการแรก เราสามารถสังเกตเห็นได้ว่าประชาชนมีเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์และเครื่องจักรในการช่วยทำงานดีกว่าประชาชนในประเทศยากจน ในทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกเครื่องมื่อเครื่องใช้และเครื่องจักรเหล่านั้นว่า ทุนกายภาพ (physical capital) ซึ่งก็คือสินค้าและบริการต่างๆที่ถูกผลิตขึ้นมาไม่ใช่เพื่อการบริโภคแต่เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าชนิดอื่นๆต่อไป การได้มาซึ่งทุนกายภาพจำเป็นจะต้องผ่านกระบวนที่เรียกว่า "การสะสมทุน" (capital accumulation) โดยผ่านการออมและการลงทุน
 
ประการที่สอง ประชาชนในประเทศร่ำรวยมีระดับการศึกษาที่ดีกว่า จากสถิติของธนาคารโลกพบว่า ประชนชนในประเทศร่ำรวยจำนวนถึง 90% รู้หนังสือ เมื่อเที่ยบกับประชาชนแค่ 58% ที่รู้หนังสือในประเทศยากจน ระดับการศึกษาสูงทำให้ประชาชนในประเทศร่ำรวยสามารถคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และแนวคิดใหม่ๆและสามารถนำสิ่งต่างๆเหล่านั้นมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ นอกจากระดับการศึกษาแล้วสุขภาพของประชาชนในประเทศก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ความยืนยาวของอายุโดยเฉลี่ยของคนในประเทศร่ำรวยเท่ากับ 78 ปี ในขณะที่คนในประเทศยากจนมีอายุยืนยาวโดยเฉลี่ยแค่ 58 ปี ยิ่งไปกว่านั้นประชาชนในประเทศยากจนจำนวนมากยังต้องเผชิญกับภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะประชาชนในวัยเด็กซึ่งภาวะขาดสารอาหารจะส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้อย่างมาก ด้วยปัจจัยทางด้านการศึกษาและสุขภาพที่กล่าวมาทำให้แรงงานในประเทศร่ำรวยมีคุณภาพสูงกว่าแรงงานในประเทศยากจนมาก ในทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกปัจจัยทางด้านแรงงานรวมถึงระดับระดับการศึกษาและสุขภาพของแรงงานว่า "ทุนมนุษย์" (human capital)
 
ประการที่สาม นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเห็นตรงกันว่าการคิดค้นและผลิตแนวคิดใหม่ๆเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรป และ ญี่ปุ่น มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจก็เพราะประชาชนในประเทศเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการคิดค้นแนวคิดใหม่ๆที่ไม่ใช่แค่ใช้ในการผลิตผลลิตใหม่ๆ (เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องจักรไอน้ำ เคมีภัณฑ์ กระแสไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคิดค้นแนวคิดใหม่ๆที่ช่วยให้สามารถผลิตผลิตชนิดเดิมได้ด้วยต้นทุนทีต่ำลงอีกด้วย เราเรียกกระบวนการคิดค้นและพัฒนาแนวคิดใหม่ๆนี้ว่า "การวิจัยและพัฒนา" (research and development)
 
กล่าวโดยสรุปสาเหตุที่ประเทศต่างๆในโลกมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันก็เนื่องมาจาก แต่ละประเทศมีสิ่งที่เรียกว่า ทุนกายภาพ (เครื่องมือเครื่องจักร) ทุนมนุษย์ (แรงงานและคุณภาพของแรงงาน) และการวิจัยการพัฒนาที่แตกต่างกัน ดังนั้นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในประเทศยากจนก็คือ รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีนโยบายในการส่งเสริมการลงทุนและเพิ่มระดับการออม จัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะทางด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่ดี ส่งเสริมการลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนา ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพวกเรานักเศรษฐศาสตร์จะพยายามพัฒนาความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา (economics of development) อย่างจริงจังโดยการปรับปรุงและต่อยอดจากแบบจำลองของโซโรว์  มีการเสนอแนวคิดและทฤษฎีใหม่ๆ จนได้คำตอบถึงสาเหตุของความยากจนและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่จากข้อเท็จจริงอันน่าเศร้าพบว่าช่องว่างระหว่างรายได้ของประเทศร่ำรวยและประเทศยากจนหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในอาฟริกายิ่งห่างมากขึ้น จนไม่มีวี่แววว่าประเทศยากจนจะไล่ตามประเทศร่ำรวยได้ทัน แต่กระนั้นก็ตามเราก็ยังไม่สิ้นหวัง การศึกษาทางด้านความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยังถูกจัดเป็นหัวข้อที่สำคัญอันดับต้นๆ ดังจะเห็นได้จากตำราเรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคใหม่ๆส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยจะถูกจัดไว้ในบทแรกๆก่อนหัวข้ออื่นๆ เช่น วัฎจักรธุรกิจ การว่างงาน เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินการคลัง ในท้ายที่สุดนี้จะขอยกคำกว่าวของศาสตราจารย์โรเบิร์ต ลูคัส นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอีกท่านหนึ่งซึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "Once one starts to think about economic growth, it is hard to think about anything else."
About these ads
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s